วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2553

ยิ้ม 67 ปีศาจสุรา ฉายาของ โกวเล้ง : )

โกวเล้ง (มังกรโบราณ) มีชื่อจริงว่า "ฮิ้มเอี้ยวฮั้ว" ฉายา "ปีศาจสุรา" ถือกำเนิดที่ฮ่องกง เมื่อปี พ.ศ.2481 จบการศึกษาภาคประถมที่ฮ่องกง เมื่ออายุได้ 14 ปี ก็เดินทางไปศึกษาต่อยังไต้หวันเพียงลำพัง

คนผู้หนึ่ง อาศัยกระบี่เล่มหนึ่ง ท่องเที่ยวทั่วยุทธจัร ชำระบุญคุณความแค้นตามใจปราถนา ความฮึกหาญของคนพเนจร ไม่ทราบเป็นที่อิจฉาของผู้คนมากน้อยเพียงใด แต่มีผู้ใดเข้าใจด้านที่มืดมิด โศกสลด อ้างว้าง และ ปวดร้าวซึ่งซุกซ่อนอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ...



ชีวิตแต่หนหลังของโกวเล้ง ขณะที่ผู้อื่น แบกกระเป๋าไปโรงเรียน ก็ระเหเร่ร่อนในยุทธจักรแล้ว ดังนั้นเมื่อมีเงินทองจากการเขียนหนังสือ จึงจับจ่ายราวก้อนกรวด ไม่เสียดาย... โกวเล้งเล่าว่า

"เมื่อเริ่มเขียนนิยายกำลังภายใน ก็เริ่มมีเงิน คนผู้หนึ่ง หากรู้จักแต่หาเงินโดยไม่ใช้เงิน ย่อมบันดาลให้ผู้คนมิอาจไม่นับถือเลื่อมใส ที่น่าเสียดายก็คือ คนเช่นนี้มีไม่มากนัก ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่ในโลกนี้จึงมีชีวิตอย่างเป็นสุข"...

เมื่อได้ เงินด้วยความเบิกบานใจ ย่อมต้องใช้เงินด้วยความเบิกบานใจ แหล่งบันเทิงในกรุงไทเปแม้มีไม่มาก แต่ก็เพียงพอให้เด็กหนุ่มที่เพิ่งเข้าสู่โลกศิวิไลซ์ จับจ่ายใช้สอยจนหมดสิ้น.... โกวเล้ง ไม่ยอมอยู่เงียบเหงา ชมชอบคบหาสหายที่สุด ร้านอาหาร บาร์ และตลาดโต้รุ่ง เป็นสถานที่ที่โกวเล้งมักไปเยี่ยมเยือนอยู่เสมอ อาศัยสุรานัดพบสหาย สุรากับโกวเล้ง เป็นสองสิ่งที่แยกกันไม่ออก แม้ว่าตอนเขียนต้นฉบับไม่แตะต้องสุรา แต่ผลงานที่ออกมายังปรากฎกลิ่นหอมสุราขจรขจาย... โกวเล้งบอกว่า ...
" ความจริงข้าพเจ้าไม่ใช่รักการดื่มสุราที่สุด ข้าพเจ้ามิได้ชมชอบรสชาติของสุรา หากแต่เป็นเพื่อนในวงสุรา และ บรรยากาศในวงสุรา บรรยากาศเช่นนี้ มีแต่สุราจึงสร้างขึ้นได้ " ...



ชีวิตที่เวียนว่ายอยู่ในห้วงสุรานานปี ในที่สุดโค่นร่างกายที่แข็งแกร่งของโกวเล้งลง... ยังดีที่โกวเล้งรู้จักกับสุภาพสตรีแซ่อูที่เรียบร้อยนุ่มนวลนางหนึ่ง ระหว่างที่ล้มเจ็บ นางคอยดูแล เอาใจใส่... เมื่ออกจากโรงพยาบาล โกวเล้งพำนักอยู่ในบ้าน ผ่านช่วงชีวิตอันอบอุ่น วิชาแพทย์ที่สูงเยี่ยม การดูแลอย่างตั้งใจ โรคตับของโกวเล้งค่อยฟื้นฟูทีละน้อย ... ภายหลังงดเว้นสุราไปครึ่งปี เวลารับประทานอาหารย่นย่อจากเจ็ดแปดชั่วโมง เหลือเพียงครึ่งชั่วโมง ...........

...."ขุนเขาพอแก้ไข นิสัยยากกลับกลาย"

หลังจากผ่านช่วงชีวิตที่ไร้สุราครึ่งปี ในที่สุดโกวเล้งก็เริ่มดื่มสุราอีก ตอนแรกจิบเพียงทีละน้อย ไม่นานให้หลัง ก็คืนสู่ความกล้าหาญดังเดิม โรคก็คือโรคไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะความฮึกหาญของโกวเล้ง เป็นเหตุให้โรคเก่ากำเริบ ต้องเข้าโรงพยาบาลอีก คราวนี้พำนักอยู่ในโรงพยาบาลนานนับเดือน ตอนออกจากโรคพยาบาล โกวเล้งถามแพทย์ผู้ทำการรักษาว่า..."ยังสามารถดื่มสุราได้หรือไม่" แพทย์ย่อมต้องตอบว่า"ทางที่ดีอย่าได้ดื่ม แต่ดื่มวันละแก้วเล็กๆคงไม่เป็นไร" ....ความหมายของแพทย์ก็คือ วันหนึ่งดื่มได้เพียงแก้วเล็กๆแก้วหนึ่ง แต่โกวเล้งไม่เป็นเช่นนั้น ดื่มแก้วเล็กๆ แต่วันหนึ่งดื่มเจ็ดแปดร้อยแก้วเล็กๆ ต่อให้เป็นบุรุษเหล็ก ก็ทนการเคี่ยวกรำเช่นนี้ไม่ได้ ภายหลัง โกวเล้ง เข้าโรงพยาบาลเป็นครั้งที่สาม พอเข้าโรงพยาบาล นางพยาบาลทั้งหลายใช้สายตาที่ทั้งตื่นเต้นทั้งเลื่อมใสบอกว่า..."กล้าหาญ จริงๆ เข้าโรงพยาบาลอีกแล้ว" ....วิชาแพทย์และตัวยาอันล้ำเลิศ รักษาโกวเล้งให้หายดีอีกครั้ง เมื่อออกจากโรงพยาบาล นางพยาบาลที่น่ารักบอกว่า..."ขออย่าได้พบกันใหม่" ...คำพูดนี้แม้พูดด้วยเจตนาดี แต่คิดไม่ถึง ไม่พบกันใหม่กลับกลายเป็นพรากจากชั่วนิรันดร์....


โกวเล้ง ยังคงดื่มสุราโดยมิว่างเว้น ... เพราะเหตุใด? ....ใช่เนื่องเพราะถูกพิษของสุรา หรือว่าไม่กลัวตาย หรือคิดอาศัยสุราหลีกหนีอันใด? ปัญหาเหล่านี้ไม่มีผู้ใดตอบได้ ต่อให้เป็นคนที่ใกล้ชิดสนิทที่สุด ก็ไม่สามารถอธิบายได้............ก่อนสิ้นใจไม่กี่วัน โกวเล้งยังร่ำดื่มอย่างเต็มที่ เป็นเวลาสามวันสามคืนหวังให้ตัวเองเมามายพันปี โกวเล้งกล่าวว่า "หากอดสุรา มิสู้ตาย" นับเป็นการดื่มสุราครั้งสุดท้าย เท่ากับยุติชีวิตลงด้วยสุราอย่างแท้จริง เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2528 อายุได้ 48 ปี (นับตามธรรมเนียมจีน) ...... โกวเล้งจากไปอย่างผ่าเผย สง่างาม ภายใต้ความต้องการของตนเอง ....ตอนมีชีวิตอยู่ แม้พกพากระบี่ท่องยุทธจักร แต่คมกระบี่ไม่ทำร้ายผู้อื่น หนึ่งเดียวที่ทำร้าย คือ ตัวเอง


โกวเล้ง ไปจากโลกีย์วิสัย กลับคืนสู่ความดั้งเดิม รั้งอยู่ในโลกมนุษย์สี่สิบแปดปี ฮึกหาญเทียมฟ้า เข้มแข็งคลุมจักรวาล ภูมิปัญญาน่าตระหนก ช่างฝันเกินคน รักใคร่สหาย ร่ำดื่มเมรัย ลุ่มหลงหญิงงาม ใฝ่หาความสุข อาศัยพลังสร้างสรรค์อันอุดมเลิศเขียนนิยายกว่าร้อยเรื่องแพร่หลายไปทั่วแผ่น ดิน สร้างเส้นทางใหม่ในยุทธจักรนิยาย กลับกลายเป็นปรมาจารย์แห่งนิยายกำลังภายในของจีน ใต้ปลายปากกาของโกวเล้ง เป็นศูนย์รวมของผู้กล้าที่มากสีมากสัน .....โกวเล้งมีปรัชญาชีวิตประการหนึ่ง เปรียบตนเองเป็นเทียนไข เทียนไขที่จุดทั้งสองด้าน โกวเล้งเห็นว่า เยี่ยงนี้จึงมีประกายโชติช่วง แต่ก็สิ้นสุดโดยเร็วกว่าเดิม ชีวิตของโกวเล้ง ใยมิใช่เป็นเช่นนี้จริงๆ มาอย่างเร่งร้อน และจากไปอย่างรวดเร็ว

........ผีเสื้อตอนนี้แม้ตายแล้ว แต่ความสวยงามยังถูกเก็บรักษาไว้ให้ผู้คนเชยชม.......ชีวิตของผีเสื้อนับว่า มีคุณค่า ผีเสื้อเป็นเช่นนี้ คนก็เป็นเช่นกัน....

คนผู้หนึ่งยามมี ชีวิต ขอเพียงอยู่อย่างเบิกบานสำราญใจ แม้มีชีวิตน้อยลงสักหลายวัน จะเป็นอันใดไป หรือคนอายุขัยยาวนานจะสุขสำราญกว่าคนอายุสั้น....มีบ้างบางคน ยิ่งอายุยืนยาว ยิ่งรวดร้าวทรมาน คนเยี่ยงนี้มีชีวิตมิสู้ตายไป ขอเพียงผ่านวันเวลาอย่างสุขสำราญ ใยมิใช่มีความหมายกว่าอยู่อย่างคับแค้นร้อยปี
(จับอิดนึ้ง 2512)

ที่มา: BlogTH


EmoticonEmoticon