วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ถ้าผมจะแต่งเรื่องขึ้นมาซักเรื่อง...

Tags


ผมและเพื่อน ๆ

ผมนั้นเป็นทหารเกณฑ์ธรรมดาคนหนึ่ง การฝึกก็เหี้ยมโหด เหมือนทหารเกณฑ์ทั่วไป แต่ก็ผ่านอะไรมามายพอสมควร ผมได้ใช้ปืน ได้ฝึกการรบ การต่อสู้ในรูปแบบต่าง ๆ บางครั้งผมก็ได้รับการฝึกในรูปแบบแปลก ๆ เช่นการถอนหญ้าในสนามกับเพื่อน ๆ (สาบานว่านี่มึงฝึกทหาร) รึว่าจะเป็นการเล่นเกมส์ ใครแพ้กระโดดน้ำ (น่าสนุกจริง ๆ)

แน่นอนชีวิตเรา ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งไหนของสังคม ก็จะมีคนที่ไม่ชอบหน้า มีคนที่เกลียด ทั้งคนที่รู้จักและไม่รู้จัก ผมนั้นเป็นคนที่สนใจการเมืองการปกครองมาตั้งแต่เด็ก ไม่รู้ว่าใครปลูกฝังมาให้ รู้แต่ว่าตอนม.3 ม.4 ผมก็เริ่มด่าแม้ว เอ๊ย!! ด่ารัฐบาลแล้ว และผมจะมีความคิดต่อต้านพวกที่โกงกิน นักการเมืองที่ใช้อำนาจในทางไม่ชอบ กลุ่มทุนที่ใช้อำนาจเงินเพื่ออำนาจทางการเมือง เพราะฉะนั้น คนที่ผมไม่ชอบ คือนักการเมือง และนักธุรกิจที่ขี้โกง

เราต้องยอมรับว่าสังคมที่เราอยู่นั้น มีคนอยู่ทุกรูปแบบ มีทั้งคนดี คนไม่ดี และผมก็ต้องเจอกับคน(ที่ผมคิดว่าเขาเป็นคน)ไม่ดี คือมีนิสัยอวดใหญ่อวดโต เส้นใหญ่ ไม่เกรงใจใคร ผมเจอคนจำพวกนี้ทั้งที่ที่ผมเรียน และตอนผมเป็นทหาร ผมก็พยายามหลีกเลี่ยงไม่คบค้ากับคนพวกนี้ แต่หลีกเลี่ยงยังไง ก็ต้องมีวันที่ต้องกระทบกระทั่งกัน เรื่องจึงเกิดขึ้น...

ตอนนั้นเป็นช่วงไหนไม่รู้ในระหว่างการฝึกทหาร ผมก็เดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้า ที่มีร้านอาหารฟาสฟู้ด ร้านโมเดิร์นเทรดมากมาย (อย่าสงสัยว่าทำไมค่ายทหารมีร้านพวกนี้ด้วย เพราะกูก็สงสัยจ้ะ) และผมก็เจอจัง ๆ พอดีกับไอ้สองคนที่ผมไม่ชอบมาก คนหนึ่งเป็นนักธุรกิจใหญ่ที่ขี้โกง อีกคนเป็นเพื่อนกันนี่แหล่ะ แต่รู้จักกับไอ่นักธุรกิจคนนั้น ทั้งสองคนเป็นคนที่ร่างใหญ่ โดยเฉพาะนักธุรกิจคนนั้น ตัวใหญ่มาก (ให้นึกภาพ เกริก ชิลเลอร์ แบบนั้นเลย) ผมกับเพื่อนบังเอิ๊ญญ เดินไปร้านเดียวกับพวกนั้น และเป็นตัวผมเองนี่แหล่ะที่เดินไปชนนักธุรกิจคนนั้น เค้าคนนั้นดูจะเหยียดหยามผม บอกให้ผมขอโทษ ผมก็ไม่กลัว ไม่สะท้าน เพราะคิดว่าผมก็ไม่ได้ผิดอะไร สิ่งที่เกิดขึ้นมันก็เป็นอุบัติเหตุ ถ้ามีเรื่องชกต่อยก็คงน่าจะลองดูนะ เพราะผมเองก็แข็งแรง(แต่งเอา) เพราะฝึกทหารมานาน แม้นักธุรกิจคนนั้นจะร่างใหญ่มาก

แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นจริง ๆ นักธุรกิจคนนั้นไม่ยอม ผมก็ไม่ยอม เพื่อนผมก็พยายามห้าม ผมกำลังทำเวลาพักผ่อนของเพื่อนกร่อย ผมคิด แต่ความโมโหมันเกิดขึ้นแล้ว ทั้งความเกลียดที่เป็นทุนเดิม และมาเจอนิสัยอวดใหญ่อวดโตแบบนี้อีก ผมจึงชกเขาเข้า แต่มันตัวใหญ่มาก ไม่เป็นไรเลย เรื่องราวลุกลามไปมากแล้ว ตอนนี้มีการไล่ต่อยตีกัน ผมคิดว่านักธุรกิจคนนั้นต้องมีปืนแน่ เมื่อชักต่อยกันพัลวัลไปเรื่อย ๆ จนไปถึงตึกร้างแห่งหนึ่ง (ให้นึกถึงภาพตึกร้างเวลาทหารอเมริกันในหนังสงครามพาเพื่อนที่บาดเจ็บเข้าไปรักษาตัวน่ะ ร้าง ๆ เก่า ๆ หน่อย) นักธุรกิจคนนั้นไม่รู้ว่ามีปืนรึเปล่า แต่คนที่มีแน่นอนนั่นคือผม เพราะผมเป็นทหาร แม้จะเป็นปืนที่เรียกได้ว่าด้อยคุณภาพ(กาก)ที่สุดในกองทัพ แต่ยังไงก็ยิงคนตายได้อยู่ดี

ผมทำสิ่งที่ไม่ควรจะทำ ผมใช้ปืนยิงนักธุรกิจคนนั้น ซึ่งเป็นนายทุนใหญ่ของรัฐบาลและกองทัพ (เค้าปรองดองกันตั้งแต่เมื่อไหร่ อิอิ) เค้าตายแน่นอน ตอนนี้ผมทำสิ่งที่เป็นขั้นกว่าของคำว่า "ทำให้เพื่อนเดือดร้อน" คือ การ "นำความชิบหายมาให้" ใช่แล้วล่ะ ! เมื่อผมยิงเสร็จ เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลมา ทั้งทหาร กองทัพติดอาวุธต่าง ๆ ก็ออกมาตามล่าพวกผมและเพื่อน ผมกับเพื่อนมีแค่พิซซ่า 2-3 กล่อง และปืนคนละกระบอก (อีกครั้ง ให้นึกภาพปืนที่ยิงตอนเรียนรด.อ่ะ ใครยิงไม่เข้าเป้าโดนโดดกบ) ติดอยู่ในตึกร้าง ผมคิดยอมมอบตัว ผมยกมืออย่างผู้แพ้ เรื่องก็คล้ายว่าจะจบ...

มันคงจะจบ ถ้าเพื่อนของผมคนหนึ่งมันไม่พูดว่า .."เราต้องสู้ต่อนะเว่ย !!" เออ ผมนึกในใจว่า ไอเชี่ย โคตรหล่อเลย เอาก็เอาวะ และตอนนั้น ถึงเราไม่คิดสู้ ก็คงไม่ทันแล้วทหารของรัฐบาลออกมาเต็มไปหมด พวกเราต้องสู้ตาย ตอนนี้ เราถูกรัฐบาลตามล่าแล้ว

พวกทหารรัฐบาล ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะมีเพื่อนของพวกเราที่เคยฝึกด้วยกันมาบ้างรึเปล่า แต่เราก็ต้องยิงกัน เรายิงทหาตายไปหลายคน ผมคิดว่าไม่รู้เราจะต่อต้านพวกนี้ได้อีกนานแค่ไหน อาหารเราก็มีแต่พิซซ่า 2-3 กล่อง ตอนนี้เหลือกล่องกว่า ๆ แล้วมั้ง เราใช้วิธีการทหารที่เรียนมาทุกรูปแบบ การพราง การเฝ้ายาม และการยิง ใช่แล้วล่ะ เรายิงทหารรัฐบาลตายไปจำนวนมาก กองทัพทำอะไรเราไม่ค่อยได้นัก

รัฐบาลไม่หยุดแค่นั้น เพราะต้องเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้ มีสิ่งเหลือเชื่อเกิดขึ้นเมื่อมีเฮลิคอปเตอร์ ปล่อยคนคนหนึ่งโรยตัวลงมา เรามองเห็นในระยะไกลเพราะใช้กล้องส่องทางไกล(ไปเอามาจากไหนนักหนา) คนคนนั้นทำให้เราตะลึง เค้าใส่ชุดสูทสีดำ และใช้ชุดเหล็กทับ เค้าคือรัฐมนตรี!! แต่นั่งกระทรวงอะไรผมนึกไม่ออก แต่เค้าใส่ชุดเหมือนหุนยนต์ในเรื่องคนเหล็ก เรามาเพื่อฆ่าเราด้วยตัวเอง !!

ชุดที่รัฐมนตรีคนนั้นใส่ ประมาณนี้ แต่พองกว่านี้ (สงสัยรมต.คนนั้นจะแดกเยอะ)

รมต.มีปืนกลกระบอกใหญ่ยาว ยิงมั่ว ๆ ก็น่าจะโดนพวกเราตายได้แล้ว เราจึงต้องหาทางกำจัดเขา เราพยายามมองหาจุดอ่อน และก็เจอ รมต.คนนั้นชอบเปิดหน้ากากออกมาบ่อย ๆ เพราะว่าร้อน และเปิดออกมาเพื่อพูดอะไรก็ไม่รู้ด้วย เราจึงพยายามเล็งที่หน้าของเขา เพื่อเด็ดชีพ ...

ความจริงตอนรมต.คนนี้โดดร่มลงมา ผมก็เกิดภาพเหมือนเดจาวู ว่า ผมจะต้องเล็งที่หัวของรมต.คนนี้ และยิงเขา เขาตาย ... และผมก็ทำอย่างนั้นจริง ๆ

การต่อสู้ของพวกเราดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ รัฐบาลส่งคนมาจัดการกับพวกเราในรูปแบบต่าง ๆ ครั้งล่าสุด เป็นบอลลูน เหมือนในการ์ตูนอนิเมชั่นเรื่อง Up (ปู่ซ่าบ้าพลัง) คงมีทหารอยู่ในกระเช้า ผมกับเพื่อนถึงเถียงกันว่า จะยิงกระเช้า รึว่ายิงลูกโป่งดี ผมเองคิดว่า ยิงลูกโป่งดีกว่า เพื่อนก็บอกว่า เหี้ย เปลืองกระสุน ลูกโป่งมันเยอะนะ กว่าจะยิงหมด กระสุนเราก็หมดกันพอดี ยิ่งมีน้อยอยู่ แต่ผมคิดว่า ลูกปืนเป็นเหมือนระเบิด ที่ยิงไปแล้วจะมีประกายไฟรอบ ๆ ทำให้ลูกโป่งลูกอื่นแตกไปด้วย และในที่สุดเราก็เลือกวิธียิงที่ลูกโป่ง สำเร็จ !! บอลลูนนั้นตกลงข้าง ๆ ภูเขา ลงในแม่น้ำ และหลังจากนั้น

ผมก็สะดุ้งตื่น

เมดรื้อผ้าปูที่นอนออก ผมถามว่า มึงจะย้ายออกเหรอ (ผมล้อเล่น) แล้วผมก็เล่าให้มันฟังว่า ฝันร้าย

"เรากำลังถูกรัฐบาลตามล่า !!"

เชี่ยเอ๊ย ไร้สาระชิบ 555 ไปล่ะ อาบน้ำกินข้าว

1 ความคิดเห็น so far

เป็นฝันที่...เชี่ยมมาก


EmoticonEmoticon