วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

วันเกิด ปีที่ 25

อายุ 25 ปีแล้วครับ จำได้ว่าเพิ่ง 22 ปีไปไม่นานนี่เอง

ปกติผมต้องเขียน blog ทุกครั้งตอนวันเกิด แต่ปีก่อนไม่ได้เขียน เพราะวุ่นวายเรื่องย้ายบ้านกลับมาสุราษฎร์ ถึงตอนนี้ ก็ย้ายกลับมาสุราษฎร์ฯ ครบ 1 ปีแล้วพอดี แปปเดียวเองนะ อยู่ที่นี่มา 1 ปีแล้ว เรากลับมาสุราษฎร์ฯ แล้วเช่าบ้านอยู่ในเมืองฮะ ไว้เป็นที่ทำงาน ที่ซุกหัวนอน มีแม่ กับพี่สาวอยู่ด้วย

มีหลาย ๆ เรื่องให้เล่าที่ผ่านมา 1 ปีนี้ ผ่านจุดที่แย่ ผ่านจุดที่ดี แล้วมาจุดที่แย่อีก ทั้งเรื่องชีวิต การงาน กำลังใจ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง แต่เป็นหมาที่ถ่ายมาเองวันนี้

เวลาเรามีปัญหาร้ายแรงที่ไม่สบายใจ กัดกิน คอยทำร้ายจิตใจเรา หรือเป็นสิ่งที่เราอยากผ่านมันไปให้ได้ เราก็จะคิดว่า ปัญหานี้ ร้ายแรงที่สุด ตั้งแต่มีชีวิตมาละ ทุก ๆ ครั้ง แล้วเราก็ผ่านมันไปได้ แต่ครั้งนี้ ไม่รู้ว่ามันจะผ่านไปได้ยังไง แล้วเมื่อไหร่ มันถึงจะผ่านไป

พูดถึงวันนี้ดีกว่า

วันนี้ตื่นแต่เช้า เพราะแม่ตื่น พาแม่ไปเดินที่สวนสาธารณะ ถ่ายรูปหมามากมาย เอาไว้อัพใน Twitter กับอัพใน Page กลับมาก็ซื้อกาแฟ ซื้อโจ๊ก ซาลาเปา มากิน (ซาลาเปาไม่ได้กิน เพราะลืม) นั่งอ่านหนังสือนิดหน่อย ฟังเพลง เปิดนู่นนี่ดู คุยกับคนนู้นคนนี้ จนเที่ยง พี่สาวกลับมา พาไปกินข้าว แล้วก็กลับไปบ้านสวน อยู่นานหน่อย ฟังย่าบ่นนู่นนี่ตามเคย แม่กลับไปเล่นกับหมา เราเดินไปเดินมา ดูนู่นนี่ สักพักใหญ่ ก็กลับ เราขับกลับ (คือช่วงนี้กำลังหัดขับรถ เพราะจะซื้อรถยนต์แล้ว ยังขับรถไม่เก่งเลย พึ่งคนนู้น คนนี้ ให้สอนให้ขับอยู่เรื่อย ๆ เนือง ๆ) วันนี้ได้ขับเยอะเลย ขับจาก Central ไปบ้านสวน ขับจากบ้านสวน มาตลาดแถวบ้าน (แล้วพี่สาวก็ขับกลับมาถึงบ้าน) มีช่วงนึง ตอนขับกลับจาก Central ตอน U-Turn เกือบลงข้างทางแหม่ หักพวงมาลัยกลับไม่ทัน 555 ตื่นเต้นดี // จากนั้นก็กลับมาถึงบ้านเราตอนค่ำแล้ว จะพาแม่ไปสระผมที่ร้าน แต่คนเยอะ เลยเอาไว้ไปใหม่พรุ่งนี้ดีกว่า แล้วก็กินข้าวเย็น แล้วก็มานั่งทำอะไรอยู่หน้าคอมเนี่ยแหละ

ช่วงนี้กิจวัตรประจำวันคือ เหมือนช่วงเรียนปี 1-2 คือ ไม่สร้างประสิทธิผลอะไรขึ้นมาในชีวิตเลย (ช่วงปี 3 เริ่มศึกษานู่นนี่เกี่ยวกับพัฒนาตัวเอง ความรู้เรื่องการลงทุนบลา ๆๆ แล้วก็ตั้งใจเรียน เพราะกำลังจะโดนรีไทร์) อาจเพราะมัวแต่สิ้นกำลังใจ มืดมน ทำอะไรไม่ถูกอยู่ ยังไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหนดี

ก็เป็นช่วงที่ยากลำบากช่วงหนึ่งในชีวิต ต้องดูแลแม่ด้วย อันนี้เรื่องใหญ่อีกเรื่องเหมือนกัน ที่ทำให้ความเครียดอะไรก็ตาม x 2 เสมอ แล้วเดี๋ยวพี่สาวก็จะไปเรียนต่อแล้ว นั่นหมายความว่าเราต้องดูแลแม่คนเดียว มีค่ารักษาแม่ประมาณเดือนละ 30,000 ด้วย จริง ๆ ถ้าเป็นเราตัวคนเดียว รายได้เท่าไหร่ หรือไม่มีรายได้เลย เราก็อยู่ได้ แต่นี่เหมือนมีภาระต้องรับผิดชอบ (นี่ขนาดยังไม่มีลูกนะ)

Blog Post นี่จะดูหม่น ๆ หน่อย เมื่อไม่กี่วันเราเพิ่งพูด ๆ คิด ๆ ว่า เพิ่งเข้าใจมนุษย์เงินเดือน ที่ไม่สามารถลาออกได้ ไปตามความฝันของตัวเองไม่ได้ เพราะมีภาระต้องรับผิดชอบ ตอนนี้เราเป็นอย่างนั้น จะไปเที่ยวไหนก็ไม่ได้ไปตามใจ ทำเหมือนตอนเรียนไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

เรามีความฝัน และอยากทำความฝันให้เป็นจริง แต่ตอนนี้ อะไร ๆ ก็ไม่เป็นใจสักอย่าง อะไรที่เคยดี ก็ไม่ดีเหมือนเก่า อะไรที่เคยได้ดั่งใจ กลับพลิกผัน กลับเป็นตรงกันข้าม ได้แต่บอกตัวเองให้ตั้งสติ แล้วอย่าลืมสิ่งที่เคยตั้งใจไว้

อยู่ดี ๆ กลับจากภูเก็ตพาแม่ไปหาหมอ กลับบ้านมาเมื่อวานพบว่า ห้องนอนล๊อก!! เราเอากุญแจห้องไว้ในห้องนอนด้วย เพราะปกติก็ไม่เคยล๊อคไว้ ยกเว้นเราหลับอยู่ในห้องนั้นตอนกลางคืน เราล๊อคมันเองหรือเปล่า ไม่รู้ จำไม่ได้ หรือใครไปล๊อค แต่ที่แน่ ๆ เมื่อคืนนอนบนโซฟาข้างล่าง คืนนี้ก็นอนอีกคืน เพราะต้องรอวันจันทร์ ร้านทำกุญแจ (ที่รู้จัก) ถึงจะเปิด ... ทำให้คิดว่า พอเรื่องแย่ ๆ มา มันก็มากันเพิ่มอีก เห่ยย

ตอนนี้ก็พยายามตั้งสติ แค่นั้นแหละ วันนี้ก็รู้สึกดีบ้าง มีคนมาอวยพรเยอะเลย ทั้งเพื่อนใน fb เพื่อนในสาขาใน LINE Group เพื่อนใน Twitter ขอบคุณทุกคนอีกครั้งสำหรับคำอวยพร (ถ้าเข้ามาอ่านคงเห็นคำขอบคุณ 555)

บรั๋ยยย ยิ้มหน่อยสิ (บอกตัวเอง)


EmoticonEmoticon