วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Minimalist 101

เมื่อไม่กี่วันมานี้ มานั่งคิดถึงตัวเองตอนเด็ก ๆ กับนิสัยบางอย่างที่สร้างขึ้นในตอนนั้น ที่อาจเรียกได้ว่า เป็น Minimalist ได้ อยากจะเขียนเล่าหลาย ๆ อย่าง (ตอนนั้นยังไม่มีคำ คำนี้หรอกมั้ง)


ตอนนั้น มีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า เราจะใช้สินค้า หรือทำพฤติกรรมอะไร ถ้าเราฝึกให้ชินกับอะไร เราก็ใช้สิ่งนั้นได้สบาย เพราะฉะนั้น ควรฝึกตัวเองให้เข้ากับอะไรง่าย ๆ เข้าไว้ และถ้าเราฝึกได้ว่าเราจะเคยชินกับอะไร เราก็ควรเลือกเคยชินกับสิ่งที่ มันไม่ต้องแพง (เพราะตอนเด็ก ๆ ไม่มีเงิน มีแค่ค่าขนมไปโรงเรียน)

ล้างหน้าด้วยสบู่
ตอนเริ่มเป็นวัยรุ่น ก็เริ่มซื้อโฟมล้างหน้ามาใช้ ในตอนนั้น เราก็รู้สึกว่ามันมีราคาแพงพอสมควร เลยคิดว่า ถ้าเราฝึกใช้สบู่ธรรมดาล้างหน้า หน้าเราก็จะชินไปเองแหละ และก็เข้ากับสบู่ได้ ไม่มีปัญหา

พฤติกรรมการนอน
เมื่อก่อนสามารถนอนหงายตลอดคืน และนอนไม่หนุนหมอนได้ และไม่กอดหมอนข้าง อันนี้มาจากหลาย ๆ อย่างรวมกัน ตอนเด็ก ๆ พี่สาวชอบมาเล่าเรื่องที่ครูสอนให้ฟัง อย่างเช่น เรื่องที่บอกว่า ถ้าเราเอาหมอนหนุนหัว ก็ควรเอาหมอนหนุนเท้าด้วย เลือดจะได้เดินอย่างสมดุล (ทุกวันนี้ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ความเชื่อนี้) หรือไม่ก็ ไม่ต้องหนุนหมอน เลือดจะได้ไปเลี้ยงสมองอย่างสะดวก ตอน ม.ปลาย เราเลยฝึกนอนแบบไม่หนุนหมอน ก็หลับได้ / การนอนหงาย อันนี้รู้มาว่า ถ้านอนหงายจะเป็นท่านอนที่ดีที่สุด นอนสบายที่สุด จะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ไม่ต้องตะแคง หรือนอนคว่ำให้ปวดกระดู ตอน ม.ปลายก็ฝึกนอนหงายตลอดคืนได้ ฝึกยากเหมือนกัน เพราะช่วงแรก ๆ ก็นานกว่าจะหลับ เพราะไม่ชิน หลัง ๆ ก็ทำได้ แล้วการนอนหงายตลอดคืนนี้ ทำให้เราตื่นตอนเช้าได้อย่างง่ายดาย ไม่รู้สึกเพลียด้วย อันนี้พิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง / การนอนไม่กอดหมอนข้าง ตอนเด็ก ๆ ก็ติดหมอนข้าง จนตอนอนุบาล ย่าต้องเอาหมอนข้างไปให้ใช้ที่โรงเรียน ตอนนอนกลางวัน ไม่งั้นจะไม่หลับ ตอนโตมาก็รู้ว่า มันมีพฤติกรรมที่คนเขาเรียกว่า "ติด" ติดอะไรก็ตาม ขาดไม่ได้ ถ้าขาดก็จะลำบาก เราเลยไม่ใช้หมอนข้างอีกต่อไป เพราะกว่าว่าวันไหน ถ้าเราต้องไปที่อื่น แล้วไม่มีหมอนข้าง เราจะลำบากเอา

การจดโน๊ตด้วยปากกา
เรื่องนี้เราเคยอ่านโบรชัวร์ขายปากกาสี ที่เอาไว้จดโน้ตในห้องเรียน ไม่ก็ตอนอ่านหนังสือ บอกว่า การใช้ปากกาสี (หลาย ๆ สี) ทำให้เราจดจำได้ดีกว่าการจดด้วยปากกาสีเดียว (และแน่นอน มันก็ขายปากกาสี แพงมาก) เราเลยมีความคิดตั้งใจแน่วแน่ว่า คอยดูนะ เราจะเรียนให้จบ สอบให้ติด ให้ได้ ด้วยปากกาสีเดียวนี่แหละ (น่าจะเป็นความคิดการตอบสนองทั่วไปของคน ที่เห็นข้อมูลอะไร ถ้าไม่เห็นด้วย ก็เฉย ๆ หรือไม่ก็ต่อต้านไปเลย กรณีนี้คงเป็นต่อต้าน) ซึ่งก็พิสูจน์แล้วว่า เราทำได้นะ คือสีปากกา เป็นแค่ปัจจัยเล็ก ๆ ที่ทำให้เราต้องเสียเงินจำนวนมาก เท่านั้นแหละ

ปัจจุบันนี้ เลิกล้างหน้าด้วยสบู่แล้ว ใช้โฟมล้างหน้าแทน ถ้าโฟมหมด จำเป็นต้องใช้สบู่ หรือไปที่อื่น ที่ไม่มีโฟมล้างหน้าติดไปด้วย ก็ล้างด้วยสบู่ได้สบาย ๆ แล้วก็เลิกนอนหงายแล้ว นอนตะแคง กอดหมอนข้าง พลิกไปพลิกมา ส่วนเรื่องจดโน้ต ทุกวันนี้ ก็แทบไม่ได้จดอะไรเลย มีอะไรก็พิมพ์ลงแอปฯ จดโน๊ตในมือถือ

สองวันที่ผ่านมา ทดลองนอนหงายตลอดคืน ปรากฎว่า เราสามารถตื่นเช้าได้ แบบไม่งัวเงีย อาจเพราะนอนหลับสนิท พักผ่อนได้เต็มที่กว่าเดิม ก็เลยจะลองเอานิสัยที่เคยฝึกมา เอามาฝึกอีกครั้ง

ทุกวันนี้ ก็พยายามใช้วิตแบบ minimalist นะ ไม่อยากมีของเยอะ ทำอะไรง่าย ๆ (มักง่ายนั่นเอง ..ถุย ๆๆ) อยากมีที่กว้าง ๆ เยอะ ๆ อันนี้ ในการจัดห้องนะ แล้วก็เลิกซื้อหนังสือแบบเล่มจริง ซื้อ (หรือ Pirate  เอา อิอิ) e-book แทน หมดนี้ เพื่อที่จะได้สะดวกกับชีวิตมากขึ้น

พอ จบละ

วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2558

บันทึกสั้น ๆ

Tags
บันทึกสั้น ๆ

วันนี้ ตื่นแต่เช้า รีบไปเช็ครถ (เช็ครอบ 30,000 กิโลเมตร ที่เลยมากว่า 6,000 กิโลเมตร) ที่ไปนัดหมายไว้เมื่อวาน ระหว่างเช็ครถ ก็เจอปัญหาน้ำมันรั่ว เรากังวลมาก กลัวต้องซ่อมหนัก นานอีก แต่มาพบตอนหลังว่า ก็ไม่น่ากังวลอะไรมาก

เช็ครถเสร็จ ไปซื้อกาแฟ ไปกินข้าว กลับมาห้อง ทำงาน ตามที่เขียนแผนไว้ ตอนที่นั่งรถเช็ครถ ปรากฎว่าวันนี้ทำได้ครบทุกอย่าง ตามที่เขียนไว้หมดเลย ซึ่งถ้าไม่จริงจังจริง ๆ ก็ทำไม่ได้นะส่วนใหญ่ ที่ตั้งใจไว้ อาจมีทำไม่ทัน มีขี้เกียจทำอะไรบ้าง ว่ากันไป

วันนี้ดูบอล ก็สบายใจระดับหนึ่ง ที่แมนยูชนะเอฟเวอตัน 3-0 อารมณ์ดีกันไป

ช่วงนี้ที่ห้อง เวลาอาบน้ำดึก ๆ แล้วน้ำจะไหลเบา ๆ ทำให้เราใจแป้ว ว่าเอ๊ะ นี่จะอาบเสร็จหรือเปล่า น้ำมันจะหยุดไหล ตอนเราถูสบู่เต็มตัวไหม แต่สักพัก มันก็ไหลแรงขึ้นมาปกติ จนเราอาบจนเสร็จ

ไม่ได้เขียนนานมาก วันนี้ถือว่าพิเศษ ที่ได้เขียน

สวัสดี ยิ้มหน่อยครับ