วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

วิสัยทัศน์ของแม่

แม่เป็นคนหนึ่ง ที่เรารู้สึกว่าเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ที่ดี และเป้าหมายที่ชัดเจน สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกโชคดีมาก ๆ คือ แม่ให้ลูกเรียนให้สูงที่สุด เท่าที่จะทำได้ เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องธรรมดาของครอบครัวทั่ว ๆ ไป ของชนชั้นกลางขึ้นไป แต่สำหรับตัวเราเองและพี่ ๆ อีกสองคน ถ้ามองดี ๆ ถือว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์


เราเป็นลูกชาวสวน ทำสวนมะพร้าว ซึ่งจะรวยก็ไม่รวยหรอก แต่ไม่ลำบากยากแค้นขนาดไม่มีกิน คนแถวบ้านส่วนใหญ่ ไม่ค่อยเรียนหนังสือสูง ๆ เรียนแค่ ม. ต้น หรือไม่ก็ ม. ปลายย จบแล้วส่วนใหญ่ก็มาช่วยงานที่บ้าน ทำสวน ทำงานใช้แรงงานโน่นนี่ แต่แม่คิดได้ยังไงว่า จะต้องให้ลูกเรียนสูง ๆ ไม่ต้องรีบออกมาช่วยทำงานที่บ้านหรอก ทั้ง ๆ ที่ลูกตั้ง 3 คน เอามาช่วยงานที่บ้านซึ่งล้นมือมาก ๆ อยู่แล้วได้สบาย

แม่เล่าว่าตอนเด็ก ๆ แม่ก็เรียนเก่ง ผลการเรียนดี แต่เรียนได้แค่ ป.4 เพราะว่าตา (พ่อของแม่) เสียชีวิต แม่เลยต้องออกจากโรงเรียน มาช่วยยายทำงาน และเลี้ยงน้อง ๆ (แม่มีพี่น้องเยอะมาก เป็น 10 คน อาจเป็นเรื่องธรรมดาของคนยุคนั้น) ตอนเด็ก ๆ แม่พูดเรื่องนี้ให้เราได้ยินบ่อย ๆ รับรู้ได้ถึงความตั้งใจของแม่ว่า แม่ไม่ได้เรียน แต่แม่จะทำให้ลูกได้เรียน

พี่ชาย พี่สาว และตัวเราเอง เรียนจนจบ ป.ตรี (พี่สาวจะเรียนเยอะสุด เพราะต่อเฉพาะทางด้วย) ส่วนตัวเราเรียบแบบแทบไม่จบ เพราะไม่ตั้งใจเรียนเท่าไหร่ แต่ตอนเราเรียนจบ งานรับปริญญา แม่ก็ป่วยแล้ว เป็นโรคอัลไซเมอร์ แม่แทบไม่รับรู้แล้วด้วยซ้ำ ว่าเราเรียนจบ (มันก็รู้สึกเสียใจ แต่ก็ฮึบบบ ไว้ -- ความรู้สึกแบบนี้ เป็นทั้งตอนที่เราซื้อรถ ซื้อบ้าน ของตัวเอง พอเราบอกแม่ แม่ก็บอกแค่ว่า "ดีแล้ว"), เข้าใจว่าตอนพี่สาวจบ (รับ ปรญ.ก่อนเรา 1 ปี) แม่ก็เริ่มป่วยพอสมควรแล้ว ก็ไม่ค่อยรับรู้แล้วเช่นกัน


EmoticonEmoticon