วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2561

Commodity Stock: หุ้นโภคภัณฑ์ คืออะไร มีความยากง่ายในการลงทุนอย่างไรบ้าง

Commodity Stock: หุ้นโภคภัณฑ์ คืออะไร มีความยากง่ายในการลงทุนอย่างไรบ้าง

เหมืองถ่านหิน

Commodity Stock หรือหุ้นโภคภัณฑ์ เป็นชื่อเรียกหุ้นของบริษัทที่ทำการค้าเกี่ยวกับโภคภัณฑ์ หรือสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งหลาย ได้แต่ น้ำมัน ถ่านหิน น้ำตาล ถั่วเหลือง ยางพารา ข้าว ทองคำ สินค้าพวกนี้ เป็นของสิ้นเปลืองที่ใช้แล้วหมดไป มีราคาตลาดกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยน ซึ่งราคานั้นจะแปรผันตามปัจจัยต่าง ๆ อย่างเช่น Demand / Supply หรือปัจจัยในการผลิดอื่น ๆ

ถ้าเป็นสินค้าประเภทน้ำมัน (รวมถึงโรงกลั่น) ราคาจะแปรผันกับความสามารถในการผลิต เช่นถ้ามีประเทศไหน (ที่กำลังผลิตเยอะ ๆ) ประกาศลดกำลังการผลิต ราคาก็จะพุ่งขึ้น หรือถ้ามีสถานการณ์หมิ่นเหม่ว่าจะมีสงคราม ราคาก็จะขึ้น ส่วนสาเหตุที่ราคาน้ำมันลงมาเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา คือการค้นพบวิธีขุดน้ำมันแบบใหม่ ที่สามารถขุดน้ำมันจากแหล่งที่ขุดยาก ด้วยวิธีใหม่ง่าย ที่ต้นทุนลดลงมาก ทำให้ราคาลงต่อเนื่อง

ส่วนสินค้าอย่างอื่น ก็จะมีราคาตลาดโลกเหมือนกับน้ำมัน หุ้นถ่านหินก็ขึ้นกับราคาถ่านหิน หุ้นน้ำมันพืช หรืออาหารสัตว์ ก็ขึ้นกับราคาถั่วเหลืองและกากถั่วเหลือง ข้าว ยางพารา ก็เหมือนกัน หลัก ๆ คือความสามารถในการผลิด ถ้าผลิตได้น้อย ราคาก็จะขึ้นสูง ผลิตได้เยอะ แต่ความต้องการเท่าเดิม ราคาก็จะลง ซึ่งบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์ ไม่สามารถควบคุมปัจจัยที่จะมากระทบกับราคาโภคภัณฑ์เหล่านั้นได้เลย สิ่งที่ทำได้คือ ดำเนินธุรกิจไปตามปกติ และยอมรับต้นทุนที่แปรผันตามตลาดโภคภัณฑ์ หรือจะกระจายความเสี่ยงไปทำธุรกิจอื่นเพื่อเพิ่มพอร์ตการลงทุน แต่ส่วนใหญ่จะทำสิ่งที่ตัวเองถนัดมากกว่า

ราคาโภคภัณฑ์ในตลาด จะแปรผันกับต้นทุนของบริษัท และจะสะท้อนออกมาในผลประกอบการของบริษัท ถ้าต้นทุนต่ำ กำไรก็สูงขึ้น ถ้าต้นทุนสูงขึ้น กำไรก็จะลดลงมา ซึ่งผลประกอบการแต่ละไตรมาส ก็จะส่งผลกระทบต่อราคาหุ้น เพราะฉะนั้น การลงทุนในหุ้นโภคภัณฑ์ จึงต้องติดตามปัจจัยหลักที่ส่งผลกับผลประกอบการของบริษัท ซึ่งก็คือราคาโภคภัณฑ์นั้น ๆ ที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบ อันที่จริงแล้ว หุ้นโภคภัณฑ์ยังมีลักษณะเฉพาะของแต่ละอย่าง นอกจากจะมีความอ่อนไหวของราคาที่ต่างกัน ถึงแม้จะมีการเทรดราคาขึ้นลงทุกวัน บางตัวก็เป็นหุ้นที่อยู่ในระยะการเติบโต หรือเป็นหุ้นปันผลสูง (เพราะไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่ม) หรือเป็นโภคภัณฑ์จ๋า ๆ ที่เล่นรอบเก็งกำไรตามราคาสินค้าวัตถุดิบนั้นล้วน ๆ

การลงทุนในหุ้นประเภทอื่น ๆ ต้องดูตามแผนการดำเนินงาน การขยายธุรกิจเพื่อกำไรที่เพิ่มขึ้น แต่หุ้นโภคภัณฑ์ ต้องใช้ทรัพยากร (โรงงาน บุคคล) ที่มีอยู่ เพื่อสร้างผลกำไร โดยมีปัจจัยสำคัญคือราคาวัตถุดิบ เพราะฉะนั้นการจะลงทุน หรือเก็งกำไรหุ้นโภคภัณฑ์ ก็ต้องติดตาม และ "คาดการณ์" ราคาของโภคภัณฑ์นั้น ๆ เช่นถ้าเราคิดว่าไตรมาสหน้า หรือปีหน้า อากาศจะแห้งแล้ง วัตถุดิบบางอย่างจะแพงขึ้น เราก็ไปซื้อหุ้นที่ได้ผลประโยชน์จากการขายวัตถุดิบนั้น ๆ ถ้าเราคิดถูก เราก็มีโอกาสจะได้กำไรสูง

ยกกรณีตัวอย่างเมื่อปีที่ผ่านมา ฝนเกิดแล้งที่บราซิล จึงทำให้บราซิลผลิตกากถั่วเหลืองได้น้อยลง (ไทยจึงนำเข้ามาได้น้อยลง) บริษัทน้ำมันถั่วเหลืองแห่งนึงในไทย ที่ผลิตน้ำมันพืช และขายกากถั่วเหลือง เลยได้รับโชค ได้กำไรสูงขึ้น คือทั้งราคาหุ้นก็ขึ้น และก็ได้ปันผลที่สูงขึ้น และก็ให้ข้อมูลอีกนิดว่า โดยปกติบริษัทนี้ มีรายได้จากการขายกากถั่วเหลือง มากกว่าการขายน้ำมันพืชเสียอีก

ทีนี้เห็นความยากง่ายหรือยังครับ ว่าเราอาจต้องรู้ว่าสภาพอากาศของพื้นที่หนึ่ง ๆ ของปีหน้าจะเป็นยังไง ฝนจะแล้ง หรือฝนตกหนัก ปีหน้าประเทศมหาอำนาจจะอยากทำสงครามกับใครรึเปล่า (สงคราม ทำให้ราคาน้ำมันและทองคำสูงขึ้น) แล้วถ้าเราคิดว่ามันจะเกิด แล้วมันไม่เกิด เราก็ไม่ได้ประโยชน์จากการเก็งกำไรครั้งนั้น หรืออาจจะขาดทุนก็ได้

มีนักลงทุนท่านนึงเคยเขียนเล่าไว้ว่า แรกเริ่มลงทุน ลงในหุ้นโภคภัณฑ์ ต้องติดตามราคาสินค้าวัตถุดิบตลอดเวลา ได้กำไร แต่เครียดและเหนื่อยมาก ตอนหลังเลยเปลี่ยนไปลงทุนกลุ่มอื่นแทน และหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นกลุ่มโภคภัณฑ์

บทความนี้อาจจะทำให้เห็นภาพการลงทุนในหุ้นบางกลุ่มได้ ว่าต้องดูปัจจัยอะไร เรื่องที่ต้องเรียนรู้ และพบเจอ ยังมีอีกเยอะ การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง ศึกษาข้อมูลให้ดี

ขอให้โชคดีในการลงทุนทุกท่านครับ

This Is The Newest Post


EmoticonEmoticon